ตอนที่ 20 คยูมิน

posted on 13 Oct 2010 13:22 by lovekyuminkihae

 

 

 

 

บทที่ 20

 

โจว คยูฮยอน

 

“ไง!!! คุณปาปารัชซี่”คยูฮยอนที่ยืนเอามือของตัวเองค้ำประตูลิฟต์เอาไว้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีชัยจนซองมินที่ยืนอยู่ถึงกับที่ตัวแข็งทื่อในทันที ร่างบางถอยหลังไปติดกับผนังลิฟต์ทางด้านในอย่างรวดเร็วเมื่อคยูฮยอนก้าวเข้ามาในลิฟต์

 

“นะ นายมาได้ยังไงน่ะ”ซองมินที่เริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นแววตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาที่ดุดันจนน่ากลัวถึงแม้คยูฮยอนจะยิ้มอยู่ก็ตาม หากแต่ดวงตาของเขากลับดูแข็งกร้าวจนซองมินนึกอยากจะหายตัวได้เสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำไป

 

“ก็ตามนายมาไงคุณปาปารัชซี่ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ อยู่ๆหนีออกมาจากงานแบบนี้มันไม่ดีรู้ไหม”คยูฮยอนก้าวเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะใช้ร่างหนากดทับร่างของซองมินพร้อมกับใบหน้าคมที่เลื่อนเข้ามาใกล้จนซองมินต้องเบี่ยงหน้าหนี

 

“ออกไปให้พ้นนะ”ซองมินใช้มือบางดันอกแกร่งให้ออกจากตัวเขา แต่ดูเหมือนจะยากไม่น้อย เพราะแรงของซองมินกับคยูฮยอนนั้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไม่เอาน่านายให้ท่าฉันเองนะ ดูสิขนาดเข้าลิฟต์ยังเลือกเลยที่จะเข้ามายังลิฟต์ส่วนตัวของพวกฉันเลย”คยูฮยอนเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ ก่อนหน้านี้เขาโดนซองมินสาดไวน์ใส่ในงานต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเขาอย่างจังที่ซองมินเลือกขึ้นลิฟต์ตัวนี้

 

“แล้วอีกอย่างสิ่งที่นายทำกับฉันนั้น นายยังไม่ได้ชดใช้ให้ฉันเลยนะ”คยูฮยอนว่าพลางก้มลงไปใกล้ซอกคอขาวก่อนจะเป่าลมแรงๆใส่ต้นขาวนั่นทำเอาซองมินที่กำลังขัดขืนอยู่นั้นถึงกับตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที ในสมองกำลังประมวลผลว่าควรทำยังไงถึงจะเอาตัวรอดเหมือนอย่างที่ผ่านมาได้

 

“อย่าคิดว่าครั้งนี้มันจะเหมือนทุกครั้งไปนะคุณปาปารัชซี่เพราะคราวนี้ฉันเอาจริง”ร่างสูงไม่พูดเปล่ามือหนารั้งคอร่างบางเข้ามาหมายจะครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มนั่นไว้ หากแต่ซองมินกลับเบี่ยงหน้าหนีพร้อมกับมือบางที่เอามือมาดันหน้าของคยูฮยอนให้ออกห่างมากกว่าเดิม

 

“อย่านะ อย่าทำแบบนี้ พอเถอะคยูฮยอน”ซองมินร้องเสียงหลงเขาไม่เคยเห็นร่างสูงโกรธหรือโมโหมากขนาดนี้มาก่อน เพราะทุกครั้งที่เขาเห็นจะมีแต่ใบหน้าที่เจ้าเล่ห์และแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่ตอนนี้ใบหน้าของคยูฮยอนนั้นช่างน่ากลัวจนเขาเองยังหวั่นใจว่าจะรอดพ้นน้ำมือของร่างสูงไปได้หรือไม่

 

“ฝันไปเถอะ”ร่างสูงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะดึงมือของซองมินออกแล้วรีบกดท้ายทอยของร่างบางด้วยมืออีกข้างทันที ร่างบางเม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้คยูฮยอนได้ทำตามอย่างที่ใจคิด มือบางพยายามดันอกแกร่งออกครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่ได้ผล ซองมินจึงคิดจะใช้เข่าของเขาเตะเข้าที่ตรงนั้น หากแต่ร่างสูงกลับเอาขาเข้ามาบดเบียดเอาไว้ระหว่างขาของซองมิน ทำให้ซองมินทำอะไรไม่ได้เลย

 

มือหนาอีกข้างที่ว่างเปล่ากำลังเริ่มสาละวนไปตามเรือนร่างบาง เมื่อเห็นว่าซองมินยังดื้อด้านที่ไม่ยอมเปิดปากให้เขาเข้าไปสำรวจความหอมหวานจากโพลงปากนั้น คยูฮยอนจึงเลื่อนมือเข้าในเสื้อเชิ้ตสีขาวของซองมินพร้อมกับไล้มือไปตามหน้าท้องแบนราบนั้นอย่างช้าๆ

 

“อ๊ะ ยะ อย่า อืออออ”ซองมินตั้งท่าจะร้องท้วงออกมา แต่กลับถูกอีกฝ่ายช่วงชิงริมฝีปากบางอย่างชำนาญจนร่างบางไม่อาจที่จะขัดขืนหรือทำอะไรได้เลย ลิ้นร้อนตวัดเข้าเกี่ยวลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนีเขาอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับเก็บความหอมหวานทุกหยาดหยดเอาไว้ไม่ไห้มันตกหล่นเลยแม้แต่น้อย ซองมินได้แต่ยินยอมไปก่อนเพื่อที่จะได้คิดหาทางรอดในเวลาอันใกล้นี้

 

“อืมมมม”เสียงครางทุ้มต่ำของคยูฮยอนที่เผยออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าพอใจไม่น้อยกับการตอบรับของซองมินถึงแม้จะมีติดขัดบ้างแต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี มือบางกำเสื้อสูทของร่างสูงแน่นบ่งบอกให้คนที่ตัวโตได้รู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีอากาศพอที่จะหายใจได้ต่อไปอีกแล้ว คยูฮยอนจึงตัดสินใจผละออกจาริมฝีปากบางทันทีเพราะรู้ว่าซองมินคงพยศต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

 

“อ๊ะ...”ซองมินร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้นเริ่มเผลไผลไปกับสัมผัสของคยูฮยอน ร่างบางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มือบางยังคงกำชายเสื้อของคยูฮยอนไว้แน่น ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเหลือบมองไปยังตัวเลขที่เลื่อนไปเรื่อยๆและใกล้จะถึงจุดหมายของชั้นของโรงแรมแล้ว ซองมินเองก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นเดียวกัน

 

ติ้ง!!!

 

ปึก

 

“โอ๊ย...”เสียงคยูฮยอนร้องดังขึ้นเมื่อซองมินรวบรวมแรงทั้งหมดกระแทกเข้าที่ท้องร่างสูงอย่างจังจนคยู

ฮยอนต้องงอตัวด้วยความเจ็บ ร่างบางได้โอกาสจึงรีบวิ่งออกจากตัวลิฟต์ทันที โดยที่มือของคยูฮยอนเองก็พยายามจะรั้งไว้แต่ซองมินก็สบัดหลุดแล้ววิ่งออกไปทันที

 

“เอาซิ เชิญเลย อยากจะหนีไปไหนของชั้นนี้ก็เชิญเลย เพราะทั้งชั้นนี้เขาเหมารวมไว้สำหรับพวกเราเรียบร้อยแล้ว”คยูฮยอนกัดฟันลุกขึ้นยืนก่อนจะพูดออกมาในที่สุด ทำเอาซองมินที่วิ่งเคาะประตูเพื่อร้องให้คนช่วยถึงกับชะงักในทันที

 

“บ้า บ้าที่สุด”ซองมินสบถด้วยเสียงที่ดังพอที่จะทำให้คยูฮยอนที่กำลังเดินเข้ามาได้ยิน ร่างบางถอยหลังอย่างช้าเมื่อเห็นร่างสูงล้วงมือลงไปในกระเป๋าของตัวเอง

 

“ฮัลโหลทงเฮเหรอ เปิดห้องพักให้ฉันด้วยคืนนี้ฉันจะพักที่นี้”คยูฮยอนเอ่ยกับปลายสายทำให้ซองมินถึงกับตกใจไม่น้อย ทงเฮงั้นเหรอ เขาจะยอมเปิดห้องให้คยูฮยอนจริงๆน่ะเหรอ

 

“อย่าสนุกให้มากนักนะคยูฮยอนฉันจัดการให้แล้วเรื่องห้องน่ะ 137 ใช้ได้เลยมันเปิดเอาไว้แล้ว”ทงเฮตอบกลับมาให้คยูฮยอนได้รับรู้ ซองมินเองก็ได้ยินเช่นกันเพราะร่างสูงเข้ามาใกล้จนเขาเองก็ได้ยินชัดเจนเช่นกัน

 

“ขอบใจนะ”คยูฮยอนพูดจบก็เร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซองมินเองก็เช่นกัน ร่างบางถอยหลังไปก่อนที่สายตาจะไปเจอกับประตูทางออกคยูฮยอนเองก็เห็นเช่นกัน ทั้งคู่ชะงักไปนิดนึงก่อนที่ซองมินจะถลาเข้าไปหาประตูนั้นทันที แต่ดูเหมือนครั้งนี้คยูฮยอนจะเร็วกว่าซองมินร่างสูงวิ่งไปถึงก่อนที่ซองมินจะถึงทำเอาร่างบางหัวเสียไม่น้อย

 

“เสียใจนะคุณปาปารัชซี่วันนี้มันวันของฉัน”คยูฮยอนพูดจบก็ดึงตัวซองมินขึ้นมาก่อนจะยกตัวของร่างบางขึ้นพาดบ่า ซองมินเองที่ไม่ทันจะตั้งตัวก็ได้แต่ทุบหลังร่างสูงอย่างเจ็บใจ

 

“ปล่อยนะไอ้หมาบ้า ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อย ปล่อยฉันสิ”ซองมินร้องเสียงดังพร้อมกับมือบางที่ทุบลงตรงไหล่กว้าง ร่างบางสบัดตัวไปมาเมื่อคยูฮยอนเดินมาถึงห้องพักที่ทงเฮบอกไว้เมื่อครู่

 

“ไม่นะ ฉันไม่เข้าไปกับนายเด็ดขาด อย่าพาฉันเข้าไปนะ”ซองมินร้องขึ้นอีกครั้ง แต่กลับโดนมือตีเข้าที่ก้นนั้นนึงทีทำเอาซองมินอยากจะฆ่าคนที่อุ้มเขาเสียเหลือเกิน

 

“อย่าดื้อนะ ไม่งั้นฉันจะตีก้นนายอีก ลี ซองมิน”

 

ซองมินเองถึงกับหยุดชะงักในทันทีเมื่อร่างสูงเอ่ยชื่อของเขาออกมา ร่างบางถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองนั่นลอยไปอยู่บนเตียงกว้าง ซองมินรีบมองไปรอบๆทันที ก่อนจะตกใจไม่น้อยเมื่อพบว่านี่คือห้องนอนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร

 

“เอาล่ะหมดเวลาสนุกแล้ว เรามาหาความสุขของเรากันดีกว่า”คยูฮยอนพูดจบก็กระโจนเข้าใส่ร่างบางทันที ซองมินเห็นอย่างนั้นจึงรีบหลบไปอีกทางนึง ก่อนจะมุ่งตรงไปที่แจกันสวยที่ตั้งเอาไว้บนเคาเตอร์แล้วยึดถือเอาไว้แน่นพร้อมกับหันไปมองคยูฮยอนที่กำลังตรงเข้ามาหาเขา

 

“อย่าเข้ามานะ ถ้านายเข้ามาล่ะก็ฉันฟาดไอ้นี่ใส่หัวนายแน่”ซองมินขู่คนตรงหน้า แต่ถ้าหากคยูฮยอนเข้ามาจริงๆล่ะก็เขาพร้อมที่จะฟาดมันอย่างที่ปากว่าจริงๆนั่นแหละ

 

“นายกำลังจะทำให้ฉันหมดความอดทนนะ”คยูฮยอนเริ่มเดือดขึ้นมา เขาเบื่อและหมดสนุกกับการเล่นของคนตรงหน้าเต็มทน ร่างสูงก้าวเข้าไปซองมินอย่างไม่คิดจะเกรงกลัว ทำเอาซองมินต้องโยนสิ่งที่อยู่ในมืออกไปทันที

เพล้ง

 

“มันจะมากไปแล้วนะ”คยูฮยอนพูดจบก็ตรงเข้ามากระชากแขนบาง ก่อนจะเหวี้ยงร่างบางลงกับเตียงแล้วตามไปขึ้นคร่อมทันที ซองมินถึงกับตกใจไม่น้อยเขาไม่คิดเลยว่าคยูฮยอนคนนี้จะป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้

 

“อย่านะ...นายจะบ้าอะไรของนายน่ะ” ซองมินตกใจไม่น้อยแต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อร่างสูงได้ตรึงข้อมือบางของตัวเองแน่นเสียแล้วในตอนนี้ ร่างบางมองคนที่อยู่เหนือตัวเองพร้อมกับใช้ความคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี

 

“คยูฮยอนนายไม่คิดหน่อยเหรอว่าเอาตัวเองเข้าเสี่ยงกับฉัน ฉันอาจจะเอาข่าวพวกนี้ไปประจานความเลวของนายก็ได้นะ”ซองมินขู่อย่างไม่ยอมแพ้ยังไงเขาก็ไม่ยอมให้คยูฮยอนได้ทำอะไรตามอำเภอใจซะหรอก

 

เขาไม่อยากเป็นของเล่นของใครทั้งนั้น

 

“งั้นเหรอแล้วเรามาดูกันดีกว่าใครจะเสียหายมากกว่ากันดีไหม”คยูฮยอนพูดจบก็ซุกไซร้ซอกคอขาวๆนั่นทันที ซองมินได้แต่หลบหน้าอีกด้านและนั่นยิ่งเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้เชยชมคอขาวๆนั้นอย่างง่ายดาย

 

“อึก ได้โปรดหยุดเถอะนะ”ซองมินเริ่มจนหนทางจึงเปลี่ยนมาเป็นขอร้องคยูฮยอนแทน แต่ดูเหมือนร่างสูงไม่ได้ฟังคำขอร้องของร่างบางเลยแม้แต่น้อย

 

“ทำไมตอนนี้ถึงคิดจะมาขอร้องล่ะ นายไม่คิดว่ามันไม่สายไปหน่อยเหรอ”คยูฮยอนพูดจบก็จัดการกระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางของซองมินออกอย่างรวดเร็ว จนเผยให้เห็นหน้าอกขาวหน้าสัมผัส ทำเอาคนมองถึงหายใจอย่างยากลำบากเลยทีเดียว ผู้หญิงที่เขาเคยมีอะไรด้วยยังไม่น่าสัมผัสเท่ากับคนตรงหน้าขนาดนี้เลย

“ยะ อย่าหยุดนะ”ซองมินร้องขึ้นอีกหนเมื่อร่างสูงเริ่มสนใจกางเกงตัวเก่งที่ปกปิดส่วนนั้นเอาไว้ ซองมินงอขาขึ้นมาทันที แต่ถูกร่างสูงยึดเอาไว้เสียก่อน มือหนาล้วงเขาไปในกางเกงของคนตัวเล็กทำเอาซองมินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

มือหนาเลื่อนเข้าไปในกางเกงชั้นในของซองมิน ก่อนจะกำส่วนนั้นเอาไว้หลวมแล้วรูดเข้ารูดออกช้าๆ ซอง

มินรีบแหงนหน้าขึ้นทันที ใบหน้าหวานเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเมื่อร่างสูงยังคงสนใจกับส่วนนั้น ส่วนมืออีกข้างบีบคางของร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งพร้อมกับกดจูบหนักๆลงที่กลีบปากบางอย่างเมามัน

 

“อ๊ะ...”ซองมินร้องขึ้นมาอีกครั้งเมี่อริมฝีปากของถูกปล่อยเป็นอิสระ หากแต่กลับร้องออกมาไม่ได้เมื่อคยูฮยอนกดจูบลงตรงซอกคอของเขาอย่างรุนแรงพร้อมกับขบเม้มจนเกิดรอยแดงตามคอขาวและไล่ลงไปยังกลางอกขาว ซองมินได้แต่หลับตายอมรับชะตากรรมอยู่อย่างนั้น

 

“ดีอย่างนี้ล่ะดีแล้ว ไม่ต่อสู้ไม่ต้องดิ้นรนเราจะได้มีความสุขกันทั้งคู่”คยูฮยอนเอ่ยขึ้นทั้งๆที่มือยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ส่วนนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเพราะตอนนี้อารมณ์ของซองมินเริ่มเตลิดไปไกลเกินกว่าที่จะกู่กลับมาได้อีกแล้ว ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มพร้อมสะกดกลั้นเสียงครางที่อีกคนตั้งใจจะได้ยินมัน

 

“ฉันเกลียดนาย อืออออออ”ซองมินเอ่ยสิ่งที่ตนรู้สึกออกมาตอนนี้ความรู้สึกเกลียดคนตรงหน้านั้นพุ่งพล่านเข้ามาในจิตใจ คยูฮยอนที่ได้ฟังถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรูดแกนกายของร่างบางอย่างเร็วและแรงจนซองมินต้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าหวานเริ่มบิดเบี้ยวไปด้วยอารมณ์ หากแต่คยูฮยอนกลับมองว่ามันยั่วเขาเสียมากกว่า

 

“อ่า อืมมมมมม”ในที่สุดซองมินก็ต้องครางออกมาเมื่อถึงขีดสุดหลังจากที่คยูฮยอนใช้มือของเขาช่วยจนร่างบางถึงขีดสุด ร่างบางต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อคยูฮยอนตัดสินใจดึงกางเกงพร้อมกับเกี่ยวชั้นในของร่างบางแล้วดึงออกมาพร้อมกัน ซองมินรีบหดขาทันที ก่อนจะมองร่างสูงที่เริ่มถอดเสื้อของตัวเองออก เขาจะทำยังไงดีนะจะนอนรอเป็นของเล่นของคยูฮยอนอย่างนั้นเหรอ

 

“เรามาต่อกันหน่อยดีกว่าไหม”คยูฮยอนที่จัดการถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออกเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงขาของซองมินที่พยายามห่อตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใบหน้าหวานเริ่มตื่นตระหนกกับประสบการณ์ที่ตนไม่เคยมาก่อน ซองมินคว้าหมอนขึ้นมาก่อนจะตีเข้าที่หน้าของคยูฮยอนอย่างจัง

 

ตุบๆๆๆ

 

“ฤทธ์เยอะนักนะ อี ซองมิน”คยูฮยอนเอ่ยคำนี้ออกทำเอาซองมินชะงักค้าง อีกแล้วกับการเรียกชื่อของเขา ร่างสูงรีบฉวยโอกาสตอนที่ซองมินกำลังอึ้งดึงหมอนที่อยู่ในมือของซองมินออก ก่อนจะเหวี้ยงร่างบางลงนอนอีกครั้ง พร้อมร่างหนาที่ตามทาบทับลงมา

 

“อย่านะ ขอร้องล่ะ”ซองมินเอ่ยขึ้นมาทั้งที่น้ำตาเริ่มปริ่มตรงขอบตา คยูฮยอนจึงจูบซับน้ำตาของร่างบางอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนจนซองมินเองก็แอบเผลอไผลไปกับสัมผัสของคนตรงหน้า หากคำที่เอ่ยออกมาต่อจากนี้มันจะเหมือนว่าเขาตกนรกก็ไม่ปาน

 

“อะไรที่ฉันอยากได้ฉันก็ต้องได้ ต่อให้สิ่งของเหล่านั้นจะไม่เต็มใจก็ตาม”ใบหน้าพูดก้มลงซุกไซร้คอขาวต่อทันที ก่อนที่จะเลื่อนหน้าตัวเองลงมายังหน้าอกขาวที่มีรอยแดงประปรายไปทั่วอก ซองมินจิกเล็บลงกับผ้าปูที่นอนเพื่อระบายอารมณ์ที่มีอยู่ตอนนี้เขาไม่มีแรงที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย การกระทำที่วาบวามแบบที่ซองมินไม่เคยพบมาก่อนนั้นทำเอาร่างบางถึงกับอ่อนระทวยและไม่สามารถต่อต้านร่างสูงได้เลยแม้แต่น้อย

มือหนาใช้มือปัดป่ายเม็ดสีชมพูสวยที่ชูชันขึ้น ก่อนจะบดเบียดเค้นคลึงพร้อมกับขยี้เบาๆยอกเย้าเร่งอารมณ์ให้ร่างบางมีอารมณ์ที่ต้องการขึ้นมา นิ้วเรียวของร่างสูงไล้นิ้วลงไปยังหน้าท้องเนียนนุ่มในขณะที่ปากยังคงดูดกลืนสิ่งที่นิ่มนั้นราวกับของหวานพร้อมกับกัดเบาๆเพื่อเรียกเสียงครางจากคนใต้ร่าง

 

“อือออออออ”ซองมินครางออกมาอย่างเสียวซ่านบทรักบทใหม่ที่ยังไม่เคยลองสักครั้งในชีวิตกำลังสอนเขาอย่างช้าๆ

 

ลิ้นลากโลมเลียมาลงมาที่หน้าท้องแบนราบลามเลียมาถึงท้องน้อย ความเสียวซ่านทำให้มือน้อยๆต้องจับขยุ้มลงที่กลุ่มผมของชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อคลายอารมณ์นั้น ก่อนที่ริมฝีปากจะครอบครองแกนกายของซองมินอีกครั้ง ลิ้นร้อนตวัด รัดลามเลียไปทั่วแกนกายของร่างบาง อารมณ์ที่เกือบจะจางหายไปเมื่อครู่ได้กลับมาหาซองมินอีกครั้ง อารมณ์ปราถนาที่ไม่อาจจะห้ามมันได้เลยแม้แต่น้อย

 

“อือออ อ่า”ซองมินครางออกมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคานั้นไปสู่โพลงปากของอีกคน ร่างบางหอบหายใจราวกับว่าวิ่งมาจากระยะไกล ซองมินปรือตามองคยูฮยอนที่ตอนนี้กำลังจะแยกขาของเขาออก ซองมินส่ายหน้าปฎิเสธ แต่ตัวเองนั้นแทบจะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแล้วซะด้วยซ้ำไป

 

“ขอ ขอร้อง หยุดเถอะ”

 

“นายแน่ใจเหรอว่าอยากให้หยุดจริงๆน่ะ”คยูฮยอนยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าของซองมินที่มีอารมณ์ร่วมไปกับเขาในตอนนี้ด้วย ใสซื่อเกินแล้วนะ

 

“อึก อย่าทำอีกเลย”

“แต่ร่างกายของนายมันตอบสนองฉันนี่นาจะหยุดนายคงค้าง ฉันแค่จะสานต่อให้มันจบๆเท่านั้นเอง”ร่างสูงพูดจบก็จัดการแยกขาของร่างบางออกจากกัน ก่อนจะสอดแทรกเรียวนิ้วยาวเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ละนิด ความรู้สึกแปลกเริ่มแทรกซึมเข้ามา เมื่อรู้สึกได้ถึงการรุกล้ำเข้ามาภายใน คยูฮยอนค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปช้าๆทำเอาซองมินนั้นแทบอยากจะหยุดหายใจในทันที มันรู้สึกจุกเสียดแน่นจนเขาเองแทบทนไม่ไหว

 

นิ้วเรียวของร่างสูงขยับเข้าออกช้าๆเพื่อเปิดช่องทางให้บางสิ่งที่กำลังจะสอดแทรกต่อจากนี้เข้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

“อึก...”ซองมินกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรับรู้ถึงความจุกเสียดที่มีมากเหลือเกิน ร่างบางเกร็งไปทั้งตัวเมื่อร่างสูงเริ่มขยับนิ้ว มือบางรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองไม่ให้ร้องออกมา

 

“อึก เอามันออกไป ฉันเจ็บ อึก ได้โปรด”ซองมินร้องอ้อนวอนออกมาอีกครั้งเมื่อนิ้วเรียวเริ่มขยับช้าเข้าออกไม่สนใจเสียงขอร้องของซองมินเลยแม้แต่น้อย ซองมินเริ่มหายใจติดขัดเพราะช่วงล่างเหมือนจะเจ็บระบมอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกต้องการที่มีมากขึ้นเรื่อยๆมันทำให้ร่างบางอดไม่ได้ที่จะครางออกมา

 

“อือ...”เสียงครางที่น่ารังเกียจที่สุดหลุดออกจากกลีบปากสวยทำเอาคยูฮยอนยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

 

“แน่ใจเหรอซองมินว่านายต้องการอย่างนั้นจริงๆน่ะ”คยูฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มร้ายไปให้ร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอย่างยั่วยวนสวยตาหมาป่าอย่างคยูฮยอนเป็นอย่างมาก นิ้วเรียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ จนคยูฮยอนแน่ใจแล้วว่าช่องทางสีสวยนั้นน่าจะสามารถให้เขาเข้าไปลิ้มลองความหอมหวานในตัวของซองมินได้แล้ว คยูฮยอนก็ไม่คิดจะรอช้าที่จะจัดการกับกระต่ายน้อยที่นอนหอบหายใจจนตัวแดงไปหมดแล้วในขณะนี้

“อึก...”ร่างบางกระตุกน้อยๆเมื่อคยูฮยอนถอนนิ้วเรียวออกมาเพราะร่างสูงดึงนิ้วของตัวเองออกมาอย่างรวดเร็วทำเอาซองมินถึงกะบกระตุกด้วยความตกใจ

 

“ฉัน เกลียด นาย โจว คยูฮยอน”ซองมินพูดรอดไรฟันออกมาอย่างรังเกียจ ตอนนี้ซองมินรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เขาเกลียดคนๆนี้เป็นที่สุด คนที่ทำร้ายร่างกายของเขาอยู่ในตอนนี้

 

“ฉันก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าฉันรักนาย หึ เรามาต่อกันดีกว่าคุณปาปารัชซี่”มือหนาที่ค่อยๆจับขาทั้งสองข้างกางออก ก่อนจะยกให้สูงขึ้น พร้อมกับช่องทางที่มีบางสิ่งที่ใหญ่โตเริ่มเสียดสีเข้าไปแทนที่สัดส่วนที่ใหญ่เกินที่ช่องทางรักจะรับได้เล่นเอาซองมินตกใจไม่น้อย คยูฮยอนจ่อแก่นกายตนเองไว้ที่ช่องทางด้านหลัง  แล้วกดไปในทันที

 

“อ๊ะ เจ็บ เอามัน ออกไป เอามัน ออกไปให้พ้นนะ”ซองมินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดคยูฮยอนที่แทรกตัวเข้าไปได้เพียงครึ่งเดียวนั้นถึงกับอารมณ์เสียไม่น้อย ช่องทางที่คับแคบเกินกว่าที่เขาจะแทรกเข้าไปได้นั้นมันลำบากเกินไป ทั้งๆที่ใช้นิ้วช่วยในคราแรกแล้วแท้ๆ

 

แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของซองมินมันเลยทำให้เขาอึดอัดมากขนาดนี้

 

“อย่าบ่นให้มากนักเลย เดี๋ยวนายก็จะรู้สึกดีเองแหละน่า”คยูฮยอนว่าพลางดันตัวเองเข้าไปอีกครั้ง แต่เพราะความคับแน่นนั้นทำให้ร่างสูงต้องยึดเอวบางเอาไว้ ก่อนเสือกไสตัวเองเข้าไปจนสุด

 

“อึก เจ็บ ปล่อยเถอะนะ”ซองมินสะดุ้งสุดตัวกรีดร้องออกมาทันที  แผ่นอกบางยกลอยขึ้นจากพื้นที่นอน  สองขาบางพยายามจะดิ้นแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อมันถูกมือแกร่งของคยูฮยอนกดข้อพับขาเอาไว้แน่น

“อย่าเกร็งสิฉันขยับตัวไม่ได้นะ”คำพูดที่พูดออกมานั้นเหมือนเป็นการปลอบประโลม แต่ซองมินรู้ดีว่ามันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย มันคือการหลอกล่อให้เขาติดกับของคยูอยอนเท่านั้นเอง

 

“ไอ้คนเลว”ซองมินเอ่ยขึ้นมาทั้งน้ำตา ก่อนที่มือบางที่เหมือนจะมีแรงตบหน้าคยูฮยอนเข้าอย่างจัง

 

เพี๊ยะ

 

“หึ ได้ ฉันจะแสดงให้นายดูเองว่าคนเลวจริงๆแล้วมันเป็นยังไง”คยูฮยอนรออยู่สักครู่เพื่อรอให้อาการบีดรัดภายในคลายตัวลง  ก่อนที่จะดึงแก่นกายออกมาจนเกือบสุดแล้วกระแทกมันกลับเข้าไปใหม่จนสุดแรง

 

“ อ๊ะอ๊า  อ๊ะ อึก อา  อ๊า ”  ซองมินกรีดร้องออกมาทุกครั้งที่คยูฮยอนดึงแก่นกายออกไปจนเกือบสุด  การตอดรัดที่บีบแน่นทำให้ซองมินแทบขาดใจ  ซึ่งมันก็ไม่ต่างกันนักกับความรู้สึกของคยูฮยอนที่ต้องร้องครางออกมาทุกครั้ง

 

ร่างบางที่โยกคลอนไปบนที่นอนทำให้รู้ว่าคยูฮยอนออกแรงกระทำรุนแรงเพียงใด  เสียงกรีดร้องของซองมินที่ดังออกมาทุกครั้งที่มีการเคลื่อนขยับเข้าออกภายในร่าง  ออกบอกให้รู้ว่าตอนนี้ซองมินกำลังรู้สึกแทบขาดใจแค่ไหน

 

พั่บๆ

 

เสียงผิวเนื้อที่สัมผัสซึ่งกันและกันกระทบดัง..เร่งเร้าอารมณ์เสน่หาของชายหนุ่มให้เพิ่มมากขึ้นอีก แรงกายถาโถมเข้าไปหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งก็รุนแรงเสียจนตัวเองยังไม่รู้ตัวไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้ ตอนนี้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลใดๆทั้งหมดนิ้วเล็กกดแน่นลงกับแผ่นหลังจนเป็นรอยแดงไปทั่ว..อารมณ์ทั้งหมดถูกระบายไปพร้อมกับแรงกดเล็บ....จิกลงไป

 

แผ่นหลังกว้างเป็นรอยถลอกสีแดง..ทั้งรอยนิ้วมือและรอยเล็บ..แต่ในเวลานั้นความเจ็บปวดไม่ได้มีผลกับคยูฮยอนเลยสักนิด เพราะสิ่งที่กำลังรอเขาอยู่มันน่าหลงใหลชวนให้ลืมความเจ็บปวดของซองมินไปจนหมดสิ้น

 

ถ้าเทียบกันแล้วมันคุ้มค่าอย่างยิ่ง 

 

คยูฮยอนยังคงกระแทกแก่นกายหนักหน่วงต่อไปเรื่อยๆ  ไม่สนใจช่องทางที่ฉีกขาดและเลือดที่ซึมออกมาแม้แต่น้อย  สนใจเพียงความต้องการของตนเองเท่านั้นในตอนนี้  ซองมินมีอาการเกร็งกระตุกสองสามครั้งก่อนที่จะปลดปล่อยออกมาเลอะลำตัวของคยูฮยอน  แต่คยูฮยอนกลับยังไม่หยุด  ยังคงกระแทกแก่นกายต่อไปอีกเรื่อยๆ 

 

“อึก...อะ... อา...”คยูฮยอนออกแรงกระแทกหนักๆ อีกสองสามครั้งก่อนที่จะปลดปล่อยกระแสอุ่นๆ เข้าไปภายในตัวของซองมินใบหน้าคมก้มลงมองดูใบหน้าหวานที่กำลังนอนร้องไห้อยู่  คยูฮยอนปล่อยขาบางทั้งสองข้างให้เป็นอิสระ  ก่อนที่จะโน้มลำตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของซองมินเบาๆ

 

“คิดว่าเกมของเรามันจะจบลงแค่นี้นั้นเหรอ อี ซองมิน”คยูฮยอนกระซิบที่หูของร่างบางที่ตอนนี้กำลังสะลึมสะลือได้ที่ก่อนที่จะถอนแก่นกายของตนเองออกมา  ทันทีที่แก่นกายถูกถอน  น้ำสีขาวและคราบเลือดมากมายก็ไหลออกมาจากช่องทางด้านหลัง 

ซองมินนอนกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นครั้งใหม่  มือแกร่งจับร่างของซองมินพลิกคว้ำหน้าลง  แล้วดึงสะโพกมนขึ้นสูง  แก่นกายใหญ่ถูกส่งเข้าไปอีกครั้ง  แรงกระแทกและบทรักครั้งใหม่เริ่มขึ้น 

 

“นี่แหละซองมินที่เรียกว่าคนเลวจริงๆเขาทำกัน”

 

 

 

http://writer.dek-d.com/lovekyuminkihae/writer/viewlongc.php?id=603164&chapter=22

 

ตามกลับไปอ่านตอนต่อไป อย่าลืมคอมเม้นให้ด้วยนะค่ะ

 

 

 

 

 

edit @ 13 Oct 2010 13:23:56 by จอมนางรายา

edit @ 13 Oct 2010 13:27:48 by จอมนางรายา

ตอนที่ 15 คังทึก

posted on 13 Oct 2010 13:17 by lovekyuminkihae

 

 

 

 

บทที่ 15

“พี่เยซองเดินออกมาไกลแล้วนะฮะ”เรียวอุคที่เดินตามเยซองออกมาเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ว่าคนตรงหน้าจะเดินไปที่ไหนกัน

 

“ตรงนี่แหละที่รัก เอ้า...เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าซิ”เรียวอุคทำตามอย่างงงๆ ก่อนจะอุทานอย่างตาโตกับภาพตรงที่เห็น

 

ดวงดาวเต็มท้องฟ้าส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับสวยงามมาก ตอนนี้เรียวอุคกับเยซองมายืนอยู่ตรงโขดหินข้างชายหาด เยซองกุมมือคนตัวเล็กเอาไว้เพราะกลัวว่าเรียวอุคที่มัวแต่มองดาวบนท้องฟ้าจะลื้นล้มลงไป

 

เยซองดึงให้เรียวอุคนั่งลงบนโขดหินเพื่อจะได้นั่งดูดาวด้วยกัน เมื่อเรียวอุคนั่งลงเยซองสอดมือคล้องเอวเรียวอุคและดึงให้มานั่งใกล้กันเพราะอากาศเริ่มหนาวแล้ว ก่อนที่จะใช้เสื้อกันหนาวตัวใหญ่คลุมร่างของเขาและเรียวอุคเอาไว้

 

“สวยมาเลยฮะ พี่เยซอง”เรียวอุคเอาหัวพิงเยซองแล้วมองไปยังภาพตรงหน้าราวกับความฝันฝืนน้ำที่บรรจบกับฝืนฟ้าราวกับเป็นพื้นที่เดียวกัน ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับบนฝากฟ้าสะท้อนลงบนผืนน้ำอย่างเหมาะเจาะทำให้บริเวณที่น่าจะมืดกลับสว่างไสวราวกับมีดวงดาวล้อมรอบคนทั้งคู่อยู่

 

เยซองได้แต่อมยิ้มกับท่าทางของคนที่อยู่ในอ้อมแขน เขารู้สึกดีใจจริงที่คนตรงหน้ามีความสุขกับบรรยากาศสวยงามตรงหน้า

 

“พี่เยซองรู้ได้อย่างไรฮะ ว่าที่นี่สามารถดูดาวได้”เรียวอุคถามอย่างสุขใจ

 

“ไม่บอก ถ้าอยากให้บอกก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน”เยซองบอกอย่างเจ้าเล่ห์จ้องหน้าเรียวอุคตาพราว

 

“ไม่บอกก็ไม่เห็นอยากรู้เลย ชิ...”เรียวอุคทำปากยื่นใส่เยซองก่อนจะหันไปสนใจกับภาพตรงหน้าต่อ

 

เยซองได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ กลับคนข้างตัวที่เริ่มจะไม่ยอมหลงกลให้เขาเอาเปรียบได้ง่ายๆ แล้ว เรื่องอะไรจะบอกเขาอุตสาห์แอบถามทีมงานมาว่าแถวนี้มีที่ไหนที่มีบรรยากาศโรแมนติกบ้าง จะได้พาคนตัวเล็กของเขามาเซอร์ไฟส์เพราะว่าตลอดเวลาที่ทำงานยังหาช่วงเวลาเหมาะๆ ที่จะพาคนตัวเล็กมาเที่ยวพักผ่อนกันตามลำพังได้ยากมาก

 

“คังอินนายจะทำอะไร”อีทึกถามขณะนั่งลงบนเตียงในห้องของตัวเองเพราะเขาไล่คังอินอย่างไรคังอินก็ไม่ยอมไปสักที

 

“เฉยๆ เถอะนะ รู้อยู่ว่าไม่สามารถสั่งอะไรฉันได้แล้วยังจะสั่งอีก”คังอินพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นต่อ ก่อนจะคุกเขาลงตรงหน้าอีทึก คังอินค่อยๆ จับมืออีทึกข้างที่เขาบีบจนเลือดไหลมาดูก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

“แค่นี้มันก็ไม่เจ็บเท่าไหร่นะ นั้นเรามารื้อพื้นความหลังกันหน่อยแล้วกัน”คังอินกระชากร่างของอีทึกให้ยืนขึ้นแล้วดันไปติดผนัง

 

“นะ...นายจะทำอะไร”อีทึกเบิกตากว้างตกใจกับการกระทำของคังอิน ก่อนจะออกแรงดันคังอินที่คร่อมตัวเขาให้ติดผนังออกไป แต่ดันเท่าไหร่คังอินก็ไม่มีท่าทีที่จะขยับเลย

 

“จะสะดีดสะดิ้งไปทำไมในเมื่อของมันเคยๆ กันอยู่”คังอินพูดอย่างรำคาญก่อนะละมือที่ค้ำผนังทั้งสองข้างออกมาจับมือบางของอีทึกที่กำลังดันหน้าอกแกร่งของตัวเองอยู่ไปตรึงกับผนังนั้นแทน

 

“อย่านะคังอิน นายไม่มีสิทธ์ทำอย่างนี้กับพี่”อีทึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่าคังอินต้องการอะไร

 

“ไม่มีสิทธิ์เหรอ สงสัยคงจะห่างหายกันไปนานเกินไปพี่เลยลืมไปว่า คนที่ไม่มีสิทธ์น่ะคือพี่ไม่ใช่ผม”คังอินยิ้มเยาะก่อนจะก้มลงปิดริมฝีปากสวยที่ทำท่าจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้เขารำคาญขึ้นมาอีก

 

อีทึกได้แต่ส่งเสียงประท้วงคังอินอยู่ในลำคอจนกระทั้งเสียงเงียบหายไปเพราะรู้ว่าถึงจะดินรนต่อสู้อย่างไรสุดท้ายก็จบลงอย่างเดิม น้ำตาเม็ดโตค่อยๆ พุดขึ้นมาที่ละน้อยก็จะไหลลงเป็นทางจากตาคู่สวย

 

คังอินแทะเล็มริมฝีปากที่ไม่เคยได้สัมผัสมันมานานอย่างดุดัน รสสัมผัสที่เข้าไม่เคยลืม แต่จะให้เขานุ่มนวลกับคนอย่างจองซูนะเหรอไม่มีทาง

 

ริมฝีปากหนาบดขยี้จูบอย่างรุนแรง อีทึกพยายมายสายหน้าหนี จนคังอินต้องบดจูบเข้าไปอย่างแนบชิดและบังคับริมฝีปากที่เม้มอยู่ให้เปิดเพื่อที่เขาจะได้เข้าไปสัมผัสความหวานที่อยู่ในโพรงปากนั้นอย่างเต็มที่ สิ้นหนาเกี่ยวกระวัดลิ้นเล็กของคนตรงหน้าอย่างช่ำชอง

 

การจูบที่รุนแรงส่งผลให้ปากของอีทึกที่ค่อยๆ บวมเจ่อมีเลือดซึมออกมาจนทั้งคู่รับรู้ถึงความเค็มของเลือดนั้น คังอินถอนริมฝีปากขึ้นมาดูผลงานของตัวเองอย่างพอใจ

 

“ยะ...อย่า...ได้โปรด”อีทึกขอร้องด้วยน้ำตานองหน้าหวังว่าคังอินจะเห็นใจตนสักครั้งทั้งที่รู้อยู่แกใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้

 

“คิดถึงกลิ่นแบบนี้จริงๆเลย กลิ่นของลูกเมียน้อย”คำพูดที่ออกจากปากของคังอินนั้นช่างเป็นเหมือนมีดที่กรีดแทงจิตใจของอีทึกได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากร้อนระอุของคังอินฝังลงไปที่ซอกคอขาวเนียนของอีทึก ก่อนจะกัดลงไปอย่างเต็มแรง

 

“อึ...อย่า”อีทึกสะดุ้งอย่างสุดตัวเจ็บแปลบกันรอยกัดที่คังอินทำลงไปพยายามดิ้นอีกครั้งแต่ผลที่ได้

 

ผลัก!!!ร่างบางตัวงอแทบจะทันที เมื่อโดนต่อยเข้าไปที่ท้องน้อยอย่างแรง น้ำตาของผู้ถูกกระทำไหลออกมามากมายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว

 

คังอินกระชากเสื้อของอีทึกออกอย่างแรก กระดุมด้านหน้าของเสื้อร่วงกราวลงกับพื้น ก่อนจะกดริมฝีปากลงดูดเม้มสร้างรอยสีแดงสดไว้ทั่วหน้าอกของคนตาสวย ลิ้นร้อนดุนดันยอดอกเล็กอย่างเมามัน

 

"อ๊ะ...โอ๊ยย" อีทึกร้องออกมาเมื่อคังอินกัดไปที่ยอดอกเขาอย่างแรงจนห้อเลือดขึ้นมา ก่อนจะใช้มือลูบลงไปที่ปลีกน่องเรียวสวยที่อยู่ภายใต้กางเกงขาสั้นเนื้อดี

 

"ยะ...อย่า...ฮึกก  ได้โปรด"อีทึกร้องขอหลังจากกางเกงถูกถอดออกไปจากร่างกายจนหมด คังอินมองร่างบางที่เปลือยเปล่าอย่างทึ่งๆ ผิวที่เนียนละเอียดขาวผ่อง ซึ่งอยู่ในความทรงจำของเขามาตลอดยังคงเหมือนเดินไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะเคยผ่านผู้หญิงมามากแต่ก็ไม่มีใครทำให้เลือดภายในกายของเขาร้อนระอุได้เท่าคนตรงหน้าเลย ก่อเกิดความรู้สึกอยากครอบครองอยากเป็นเจ้าและอยากทำลายให้ย่อยยับไปกับมือ

คังอินไม่รอช้ารูดซิบกางเกงของตนออกก่อนจะสะบัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ใช้เข่าหนาแทรกตรงระหว่างขาของคนตาสวยให้แยกออกจากกัน อีทึกได้แต่เบือนหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาไปทางอื่น ภาวนาให้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

 

"มะ...ไม่ อ๊ะ.... ฮึก... เอาออกไป" อีทึกร้องออกมาเมื่อคังอินสอดแก่นกายที่ขยายตัวแล้วเข้าไปในตัวของคนตาสวยทันที โดยที่ไม่ได้เปิดทางไว้ก่อน แล้วที่สำคัญช่องทางรักของร่างบางที่ยังคับแน่นอยู่มาก จึงทำให้เลือดสดๆไหลออกมาจากรอยฉีกขาดของช่องทางรักมากมาย

 

"อะ...อา แน่นดีจริงพี่ชาย" คังอินครางอย่างสุขสม คนตาสวยได้แต่กัดปากที่บวมเจ่ออยู่แล้วของตัวเองทำให้ต้องลิ้มรสเค็มปะแหล้มๆ ของเลือดที่ซึมออกมาอย่างเจ็บปวด

 

"ฮึก...ฮือ" ร่างบางร้องออกมาอย่างทรมาน ช่องทางรักที่คับแคบบีบรัดคังอินจนแทบคลั่ง เขาขยับสะโพกอย่างรุนแรง ร่างกายของอีทึกสั่นไหวไปตามแรงถามโถม ความเจ็บที่ช่องทางรักมีมากเสียจนจะกลายเป็นความชาไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ ทุกครั้งที่คังอินขยับ

 

"อ่า...นายยังสุดยอดเสมอเลยนะพี่ชาย" คังอินครางออกมา เมื่อช่องทางรักตอดรัดแก่นกายของเขาถี่รัว อีทึกไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกใดๆได้อีกเลย นอกจากความเจ็บปวดที่คังอินยัดเยียดให้ น้ำตาใสๆยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย พอๆ กับเลือดที่ไหลออกจากช่องทางรักจนเลอะลงไปเต็มที่ขา

 

"พอสักที..ฮึก..." อีทึกร้องออกมาอย่างเบาหวิวไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน แต่ยิ่งร้องขอให้หยุดเท่าไร คังอินจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงลงไปด้วยทุกครั้ง สมองของร่างบางตอนนี้พร่าเบลอไปหมด

"อ่า...สุดยอด" คังอินครางออกมา เขาไม่รับรู้ว่าคนตาสวยจะเจ็บปวดทรมานขนาดไหน เขาขอเพียงแค่ได้ทรมานคนๆ นี้ให้เจ็บปวดก็พอ เร่งจังหวะเร็วขึ้นแรงขึ้น ถี่ขึ้น จนร่างบางตัวโยกคลอน

 

คังอินขยับสะโพกอีกสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวของร่างบาง ทำให้เลือดกับน้ำรักไหลรวมกันออกมานอกช่องทาง

 

"หึหึ บอบบางจังนะพี่ชาย" คังอินมองร่างบางอย่างหยันๆ ก่อนจะถอนแก่นกายออกมา ปล่อยให้ร่างของคนตาสวยรูดลงกับพื้นหลังพึงผนังห้อง หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่ร่างบางจะค่อยไถลลงนอนราบกับพื้นด้วยน้ำตาที่ยังนองหน้าอยู่ อีทึกหลับตาลงอย่างช้าๆ ราวกับไม่ต้องการรับรู้อะไรทั้งสิ้น

 

“ถ้าคิดว่ามันจะจบลงง่ายๆ แค่นี้ฉันว่านายคิดผิดนะพี่ชาย”คังอินก้มลงช้อนร่างสวยตรงหน้าขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะโยนลงบนเตียงอย่างแรง จนคนที่ถูกโยนสะดุ้งด้วยความร้าวระบมตรงช่วงล่าง

 

“ไม่นะ คังอินพอเถอะ พอสักที”อีทึกร้องขอความปราณีจากคนตรงหน้าด้วยสายตาร้าวราน แต่คังอินกลับถาโถมร่างกายเข้าใส่อีกครั้ง

 

ก๊อกๆ ๆ ๆ

“พี่จองซู ผมพาฮีชอลมาส่ง”เสียงเรียกของฮันคยองแว่วมาจากด้านนอกห้องทำให้อีทึกเบิกตากว้างด้วยความหวังว่าจะสามารถรอดไปจากเงื้อมือยมทูตตรงหน้าได้

 

“เอาซิถ้าคิดว่าจะเปิดประตูให้คนอื่นมาเห็นสภาพของเราตอนนี้”คังอินเอ่ยอย่างเหนือกว่า อีทึกเม้มปากที่ไม่สามารถต่อกรกับคนตรงหน้าได้เลย

“แต่ถ้าอยากให้ผมหยุดก็ได้นะพี่ชาย”คังอินบอกอย่างเห็นใจใช้มือไล้หน้าอีทึกเบาๆ ”แต่ผมคงต้องไปหาที่อื่นระบายแทน จะเป็นใครดีนะ หรือว่าผู้จัดการคนสวยที่มากับพี่ดี”คังอินเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้อีทึกที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขาถึงกับตัวแข็งทื่อ

 

“ยะ...อย่า...อย่ายุ่งกับฮีชอล ขอร้อง”อีทึกอ้อนวอนคนตรงหน้า คังอินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจ ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยของพี่ชายเขาล่ะว่าชอบปกป้องคนอื่นมากขนาดไหน ยอมเจ็บแทนที่จะให้คนอื่นเจ็บนี่แหละคนอย่างปาร์ค จองซูคนที่ดีจนหน้าหมั่นไส้

 

“นั้นก็อย่างขัดขืนซิ”คังอินบอกก่อนที่จะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดงช้ำอย่างได้ใจ ใช้มือที่ว่างอยู่แยกขาเรียวสวยให้กว้างออก

 

อีทึกได้แต่นอนนิ่งยอมรับการกระทำรุนแรงทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ในเมื่อขัดขืนไม่ได้อีกแล้วก็ขอแค่ทุเลาความเจ็บปวดลงบ้างเขาคงไม่ขอมากไปใช่ไหม

 

“เฮ้ย...ทำไม ไม่มาเปิดประตูซักที หรือว่าจะหลับไปแล้ว”ฮันคยองมองนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของตัวเองนี่ก็ปาไปตั้งตีสามแล้วสงสัยพี่จองซูจะหลับแล้ว

 

แล้วเขาจะทำอย่างไรดี ฮันคยองมองคนในอ้อมแขนที่เมาไม่ได้สติเดินโอนไปเอนมาจนเดือดร้อนเขาต้องประคองไว้

 

“ป้า...ป้า...”ฮันคยองใช้มือตบที่หน้าฮีชอลเบาๆ เพื่อเรียกสติแต่ก็ไรการตอบรับจากคนที่อยู่ในอ้อมแขน นอกจากเสียงอืออาที่บอกให้รู้ว่าฮีชอลยังคงมีปฏิกิริยาอยู่บ้าง

“เอาอย่างนี้แล้วกัน ไปนอนห้องฉันก่อนแล้วกันนะป้า”ตัดสินใจได้ก็ช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปที่ห้องตัวเอง

 

“หายไปไหนของเขานะ”ฮันคยองบนหลังจากที่เปิดไฟภายในห้องพักของตัวเองแล้ว แต่ไม่มีวี่แววของเพื่อนร่วมห้องอย่างคังอินเลย

 

หรือว่า...

อุ๊ป!!!แหวะ..

โอ้ย...จะบ้าตายยัยป้านี่อ้วกใส่เขา ไม่อยากจะเชื่อเลย

ฮันคยองได้แต่ทำหน้าเบ้เอามือปิดจมูกขยะแขยงกับสิ่งที่ฮีชอลขย่อนออกมาเต็มทั้งเสื้อผ้าเขาและเสื้อผ้าของตัวเอง

 

เฮ้ย...เขาจะทำอย่างไรต่อดีนี่ ฮันคยองได้แต่ส่ายหน้าปลงกันคนในอ้อมแขนก่อนจะประคองฮีชอลที่เมาไม่ได้สติวางลงที่เตียง

 

เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนข้างกายทำให้อีทึกรู้ว่าร่างหนาที่ทรมานเขามาเป็นเวลาหลายชั่วโมงกำลังเขาสู่ห้วงนิทราแล้ว

 

อีทึกค่อยๆ ขยับตัวออกจากลงจากเตียงอย่างช้าๆ ความร้าวระบมและเลือดที่ซึมออกมาทางด้านหลังเปรอะเปื้อนเต็มขาทำให้เขาอยากชำระล้างร่างกายมากที่สุด

 

คนตาสวยค่อยๆ พาร่างกายอันบอบช้ำเข้าไปในห้องน้ำ อีทึกเปิดน้ำให้ราดรดร่างกายตัวเองก่อนที่จะย่อตัวลงนั่งกอดเข่าปล่อยให้น้ำตา

 

พี่มีประโยชน์แค่นี้ใช้ไหม คังอินแค่เป็นที่รองรับอารมณ์ของนาย อีทึกสะอื้นเบาๆ ใช้เสียงน้ำไหลกลบเสียงร้องไห้ของตัวเอง

 

“แค่นี้ก็ทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้น พี่รู้ไหมน้ำตาของพี่มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก”คังอินใช้มือผลักประตูห้องน้ำให้เปิดออก

 

“ถ้ามีแรงร้องไห้ขนาดนี้แล้ว ก็คงมีแรงต่อกันอีกสักรอบ”ให้ตายเถอะ เขาว่ากำลังจะใจดีปล่อยให้นอนหลับเอาแรงสักหน่อย แต่พี่ชายตัวดีกลับลุกขึ้นมาร้องไห้ซะนี่ วอนหาเรื่องจริงๆ ทั้งที่รู้ว่าเขารำคาญก็ยังทำ

 

อีทึกได้แต่หันไปมองคังอินอย่างตื่นตระหนกก่อนที่ร่างบางจะโดนคังอินกระชากให้ลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะเหลืออยู่แล้ว

 

คังอินก้มลงไปจูบร่างบางอย่างรุนแรง ปากของร่างหนากัดเข้าไปที่ปากของร่างบางอย่างแรงเพื่อให้อีทึกเปิดปากออกรับลิ้นร้อนของเขา

 

"อ๊ะ" ร่างบางร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยอมเปิดปากออกให้คังอินสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอุ่น ลิ้นร้อนของคังอินทั้งดูดทั้งดันลิ้นเล็กของอีทึกย่างแรง ถึงแม้ว่าจะเจ็บแต่ก็ทำให้ร่างบางร้องครางออกมา

 

"อืม..." อีทึกครางออกมาเมื่อคังอินหยอกล้ออยู่กับปลายลิ้นเล็ก ก่อนที่จมูกโด่งก้มลงไปซุกไซร้หน้าอกเนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยช้ำ ก่อนจะขบกัดยอดอกเล็กอย่างแรงจนร่างบางสะดุ้งด้วยความเจ็บ แต่ก็ได้กัดฟันทนไม่ให้มีเสียงร้องออกมาทำได้แค่ปล่อยน้ำตาให้รินไหลลงมาเรื่อยๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขากำลังโดนบังคับไม่ได้เต็มใจ

 

คังอินทิ้งตัวลงบนโถชักโครกก่อนที่จะดึงร่างอีทึกตามลงมา จากนั้นก็ค่อยๆ สอดแก่นกายของตัวเองเข้าไปช้าๆ โดยปราศจากการเปิดทางใดๆ

 

อีทึกได้แต่กัดปากบรรเทาความเจ็บปวดที่มาจากการสอดใส่ของร่างหนาอีกครั้ง คังอินขยับตัวขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะจากช้ากลายเป็นเร็วและแรงตามอารมณ์ปารถนาของตัวเอง

 

“อึ..อืม”เสียงครางอย่างพึ่งพอใจของร่างหนาดังออกมาเป็นระยะพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างเป็นจังหวะ

 

อีทึกที่รู้สึกปวดร้าวไปหมดทั้งตัวได้แต่ขย่มตัวตามจังหวะที่ร่างหนากำหนดเพื่อให้คังอินปลดปล่อยได้เร็วขึ้น ก่อนที่สติของคนตาสวยจะค่อยๆ พล่ามัวและดับลงในที่สุด

 

“สลบไปแล้วเหรอ”หลังจากการปลดปล่อยเสร็จสิ้นลง คังอินจับใบหน้าคนตาสวยที่พุบอยู่ที่อกของเขาขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าคนที่เขาทรมานมาเป็นเวลานานตอนนี้หมดสติแล้ว

 

 http://writer.dek-d.com/lovekyuminkihae/writer/viewlongc.php?id=603164&chapter=17

 

ตามกลับไปอ่านตอนต่อไป อย่าลืมคอมเม้นให้ด้วยนะค่ะ

คลังเก็บเอ็นซีจอมนางรายา

posted on 12 Oct 2010 20:41 by lovekyuminkihae